Need to kNow

posted on 01 Aug 2009 01:04 by pusate

 

ดื่มกาแฟนั้น ดีไฉน??

 

 

หนังสือพิมพ์โตเกียวรายงานอ้างถ้อยแถลงของนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยเคอีโอะผู้หนึ่งซึ่งเปิดเผยว่า การดื่มกาแฟวันละ 1-2 แก้วสามารถช่วยลดความเสี่ยงการเป็นโรคความดันโลหิตสูง ทั้งนี้นักวิจัยได้ทำการศึกษาผู้ชายจำนวน 4,554 คน อายุตั้งแต่20-70ปีซึ่งไปพบแพทย์ตามคลินิกเพื่อตรวจสุขภาพตั้งแต่ ต.ค.2546 - มี.ค.2547 พบว่า ผู้ที่ไม่ดื่มกาแฟเลยมีอัตราความดันโลหิตสูงอย่างมาก แต่กลับมีอัตราเสี่ยงต่ำที่จะเป็นความดันโลหิตสูงในผู้ที่ดื่มกาแฟวันละ 3 แก้ว หรืออาจมากกว่านั้น

 

ที่มา : http://www.kik2you.com/webboard/katoo_board.asp?nokatoo=2315

 

 

การใช้สายตาอย่างถูกต้อง

ดวงตาถือเป็นอวัยวะที่สำคัญของร่างกาย จึงต้องให้ความสำคัญและใช้สายตาอย่างถูกต้อง วันนี้เกร็ดความรู้มีวิธีการใช้สายตาอย่างถูกต้องมาบอกกัน....



•  อ่านหนังสือในที่ที่มีแสงสว่างเพียงพอ และถือหนังสือห่างจากดวงตาประมาณ 1 ฟุต ไม่ควรอ่านหนังสือเป็นเวลาติดต่อกันนาน ๆ ควรพักสายตาประมาณ 30-45 นาที เมื่อรู้สึกปวดเมื่อยตา
   
•  ดูโทรทัศน์ในที่ที่มีแสงสว่างเพียงพอ และควรนั่งห่างจากจอโทรทัศน์ประมาณ 5 เท่าของขนาดโทรทัศน์
   
•  ไม่ควรจ้องมองพระอาทิตย์เป็นเวลานานๆ
   
•  ควรสวมแว่นตาทุกครั้งที่ต้องออกไปสัมผัสกับแสงแดด หรือขับขี่รถยนต์
   
•  หลีกเลี่ยงการมองหรือจ้องคลื่นแม่เหล็กจากเครื่องใช้ไฟฟ้า เช่น เตาไมโครเวฟ เครื่องถ่ายเอกสาร ฯลฯ
   
•  เวลาที่เศษผงเข้าตา ห้ามขยี้ตาเด็ดขาด แต่ให้คุณล้างตาด้วยน้ำสะอาดหรือหยอดน้ำยาล้างตาแทน
   
•  ทุกครั้งที่ลงเล่นน้ำในสระว่ายน้ำ ควรสวมใส่แว่นตาว่ายน้ำทุกครั้ง เพื่อป้องกันคลอรีนหรือเศษผงเข้าตา
   
•  ควรระมัดระวังการละเล่นหรือทำกิจกรรมต่าง ๆ ที่จะก่อให้เกิดอันตรายต่อดวงตา
   
•  เมื่อรู้สึกปวดเมื่อยตา ไม่ควรกดนวดดวงตา หรือกรอกดวงตาไปมา แต่ควรหลับตาประมาณ 20 -30 นาที
   
•  ไม่ควรใช้ผ้าเช็ดหน้า แว่นตา ยาหยอดตา ร่วมกับผู้อื่น
   
•  ควรปิดไฟนอน เพื่อเป็นการพักสายตา
   
•  ในกรณีที่สารเคมีเข้าตา ควรล้างตาด้วยน้ำสะอาด แล้วไปพบจักษุแพทย์โดยด่วน
   
•  ควรไปตรวจวัดสายตาเป็นประจำ อย่างน้อยปีละครั้ง


วิธีที่แนะนำไม่ยากเลย ลองนำไปปฏิบัติตามดู จะได้มีสายตาที่ดี..ดีกันนะค่ะ

  
ที่มา http://www.dailynews.co.th/web/html/popup_news/Default.aspx?ColumnId=39387&NewsType=2&Template=1 

 

 

อาหารอันตรายขณะท้องว่าง



นมและนมถั่วเหลือง แม้ว่านมถั่วเหลืองจะอุดมไปด้วยโปรตีน แต่จะเกิด ประสิทธิภาพมากที่สุด เมื่อกระเพาะอาหารมีสารประเภทแป้งอยู่

เหล้า
หากดื่มเหล้าในขณะท้องว่าง จะไปกระตุ้นเยื่อบุกระเพาะอาหาร ทำให้เป็นโรคกระเพาะอาหารอักเสบ และเป็นแผลในกระเพาะอาหารได้

น้ำตาลหรืออาหารหวาน
ไม่ควรรับประทานอาหารหวานหรือน้ำตาล เช่น น้ำอัดลม ลูกอม ช็อกโกแลต เพราะหากรับประทานขณะท้องว่าง จะทำให้โปรตีนรวมตัวกับน้ำตาลส่ง ผลต่อการ ดูดซึมโปรตีนทุกชนิด และลดสมรรถภาพการทำงานของระบบหมุนเวียนเลือดและไต

ชาที่แก่เกินไป
ชาทำให้กรดเกลือในน้ำย่อยในกระเพาะอาหารเจือจาง ส่งผลให้การทำงานของระบบย่อยอาหารลดลง และเกิดอาการใจสั่น เวียนศีรษะ มือเท้าไม่มีแรง จิตใจไม่สงบ

ลูกพลับ
ไม่ควรรับประทานลูกพลับในขณะที่ท้องว่าง เพราะกระเพาะอาหารจะหลั่ง กรดเกลือออกมามาก หากไปรวมตัวกับยาง และสารแขวนลอยในลูกพลับแล้ว จะทำให้เจ็บหน้าอก คลื่นไส้ และเป็นแผลในกระเพาะอาหาร

กล้วย
เพราะกล้วยอุดมไปด้วยธาตุแมกนีเซียม การรับประทานกล้วยขณะท้องว่าง จะทำให้ปริมาณธาตุแมกนีเซียมในเลือดสูงขึ้น ทำให้สูญเสียสัดส่วนของแคลเซียมและแมกนีเซียมไป เป็น การยับยั้งการทำงานของหลอดเลือดหัวใจ เป็นอันตรายต่อสุขภาพอย่างยิ่ง

กระเทียม
เพราะจะทำให้เยื่อบุกระเพาะอาหารได้รับการกระตุ้น เกิดโรค กระเพาะอาหารอักเสบอย่างรุนแรง ผัก การรับประทานผักอย่างเดียวขณะท้องว่าง จะทำให้กระเพาะอาหารเกิดอาการผิดปกต
นอกจากนั้นยังไม่ควรอาบน้ำหลังออกกำลังกาย ด้วยเช่นกัน เพราะการอาบน้ำและ การออกกำลังกายภายในขณะที่ท้องว่าง จะทำให้เกิดอาการช็อก เนื่องจากน้ำตาลในเลือดต่ำได้ง่าย

ดังนั้น เราก็ควรรับประทานอาหารให้ครบทั้ง 3 มื้อ และเลือกทานอาหารที่มีประโยชน์กับร่างกายของเราดีกว่านะคะ...